ใช่สิ....คนอย่างฉันมันเกิดมาเพื่อเป็นเหยื่อ.... ก็เกย์อ้วนอย่างฉันใครมันจะมาสนใจจริงๆจังๆว่ะ....ฉันก็มีไว้หลอกเพื่อหาผลประโยชน์หรือหลอกเอาเงินก็แค่นั้นเอง......หรือไม่สำหรับคนที่ชอบเกย์อ้วน ฉันมันก็เป็นได้แค่คนมาทีหลัง หรือเมียน้อยเขาก็แค่นั้นเองเหรอ

เหตุการณ์วันนี้จะเป็นอีก 1 เหตุการณ์ที่จะสอนให้ฉันไม่ไว้ใจใครเร็วเกินไป ฉันก็แค่หวังเอาไว้ว่า วันนี้คงเป็นวันที่โชคดีของฉันสักวัน....แต่แล้วจริงๆมันก็ไม่ใช่มันเป็นแค่บทเรียนสอนคนโง่ๆอย่างฉันให้มันฉลาดขึ้นและไว้ใจคนอย่างนายให้น้อยลง และท่องจำให้ขึ้นใจ ว่าคนอย่างเราไม่มีใครรักจริงหรอก อย่าฝันเฟื่องให้มันมากเกินไป
มันเป็นเรื่องจริงที่คนในสังคมรู้กันดี แต่แอ๊บว่า...ไม่จริงหรอก ฉันคบคนที่นิสัย...แต่การกระทำมันไม่เป็นงั้นหรอก มันก็เลือกคนหน้าตาดีที่เข้ามาหาอยู่ดีแหละ...

และฉันก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เป็นแค่คนดี ที่หน้าตาไม่ดีและไม่มีคนสนใจ จะว่าฉันอวดอ้างว่าตัวเองเป็นคนดีก็ไม่น่าจะใช่เพตาะฉันก็เป็นคนที่ปรารถนาดีกับชาวบ้านมาโดยตลอด ให้คำปรึกษาเป็นเพื่อนที่ดีเป็นพี่ที่ดี และแน่นอนฉันมั่นใจว่าฉันจะเป็นแฟนที่ดีได้แน่นอน แต่ก็ไม่เห็นมีใครที่คิดแบบนี้สักคน...ได้แต่มอบความเป็นเพื่อน มอบความเป็นพี่น้องให้เสมอ

และคำตอบที่ฉันได้รับเสมอ ทุกครั้งที่ฉันถามกลับไปว่า...ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอ เธอถึงไม่รักฉัน....ก็คือ...ฉันเป็นคนดี แต่ระหว่างเราเป็นได้แค่เพื่อนนะ เราเป็นได้แค่พี่น้อง... ทำไมไม่บอกกันตรงๆล่ะ ว่าเพราะฉันหน้าตาไม่ดี เพราะฉันก็เห็นคนที่พวกนายคบกันอ่ะ...ก็คนหน้าตาดีล้วนๆ ที่นิสัยแย่ๆ ทำให้นายเจ็บอยู่เสมอ แต่ก็ยังที่จะรักเขา อย่าบอกนะว่า...ชอยคนเลวนะ เหตุผลมันแถเกินไป...

หรือคำพูดที่ว่า ชอบคนดี รักคนเลว แต่งคนรวย มันจะจริง...หน้าตานะไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนหรอกนะ...สักวันหนึ่งทุกคนก็ต้องเหี่ยว ก็ต้องแก่กันทั้งนั้น แต่นิสัยนี่สิ...มันไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่ายๆนะ ถ้าจะคิดคบกันแค่คืนเดียวมีอะไรกันแล้วจากกันไป..ฉันก็ไม่แปลกใจว่าทำไมต้องเลือกหน้าตา เพราะมันแค่ความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยแค่นั้น แต่เธอก็ไขว่คว้าอยากมีแฟนที่คบกันนานๆ ก็ไม่เห็นจะหาคนที่นิสัยเข้ากับเธอได้ ก็ยังคงจะเลือกคนหน้าตาดีที่รู้ทั้งรู้ว่านิสัยไปกันไม่ได้สักวันต้องเลิกก็ยังต้องการแบบนั้น

หรือเธอหวังเพียงให้คนรอบข้างอิจฉาที่เธอมีแฟนหน้าตาดี แล้วเธอค่อยเก็บเอาความทุกข์ใจมากลุ้มคนเดียวตอนอยู่บ้าน มันมีความสุขแล้วเหรอ

ฉันเคยได้ยินเรื่องความรักเหมือนรองเท้า ฉันอ่านแล้วชอบมาก....รองเท้าหรูแพงๆ แต่ใส่ไม่สบาย ต่อให้ใส่แล้วคนอิจฉามากมาย แต่ก็เดินไม่ถึงยอดเขาหรอก...ยังไงก็ต้องเจ็บเท้าจนต้องโยนทิ้งอยู่ดี ส่วนฉันเป็นเพียงผ้าใบเก่าๆคู่หนึ่งที่หน้าตาไม่สวยเน่าๆเอาไปอวดใครไม่ได้ แต่ใส่สบาย พอดีๆ ผ้านุ่มๆ ต่อให้เธอเดินข้ามเขาไปอีกกี่ลูกก็ไม่กัดเท้า....ฉันก็เพียงได้แต่รอว่า...เมื่อไหร่จะมีนักเดินทางที่เห็นคุณค่าของผ้าใบคู่เก่า คู่นี้เสียที.....

19 มิย 53

posted on 19 Jun 2010 19:52 by colormoon
19 มิย 53
14:30 ตื่นขึ้นมารอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อเช้าตื่นเช้ามากถ้าเทียบกับเวลานอน นอนซะตี 1 กว่า แต่ตื่น 7 โมงเช้าก็นับว่า OK อยู่นะ แล้วทำอีท่าไหนไม่รู้ ความขี้เกียจก็เข้าครอบงำ เลยกลายเป็นหลับต่อ แล้วมาตื่นเอาป่านนี้ แล้วพวกตารางชีวิตที่วางไว้ทั้งหมดก็เลยรวนเกลี้ยงเลย....

17:00 แล้วก็ได้กินข้าวมื้อเช้าตอนนี้ ฝนก็ตกอีก ชีวิตวันเสาร์ดูไม่มีอะไรอีกแล้ว....แต่ เอาน่า....ยังพอมีเวลาเหลืออยู่อีกหน่อยก็พยายามใช้ให้มีค่าหน่อยแล้วกัน มื้อนี้รู้สึกอยากกินข้าวไข่เจียวหมูสับมากๆสั่งไปเรียบร้อยแล้ว และอยากกินเส้นใหญ่ผัดขี้เมาหมูจัง แต่เดี๋ยวรอกินข้าวไข่เจียวก่อนว่ากินไหวไหม.... หรือจะไปกินพวกลูกชิ้นไส้กรอกดี
ตอนนี้ลมพัดดีมาก เป็นลมที่มากับสายฝน เย็นชุ่มช่ำ แต่ก็ดูเสี่ยงเป็นไข้อยู่เหมือนกันนะเนี่ยะ
ในที่สุดก็ไปกิน เส้นใหญ่ผัดขี้เมาอีกร้านหนึ่ง และตามด้วยเกี๊ยวทอด ไส้กรอกและนมสด เออ...กินไปได้ไงเนี่ยะ ปวดท้องมาก จุกทีเดียว.... แต่ละวันเสียเงินให้กับค่ากินไปตั้งเท่าไหร่ เสียสุขภาพให้กับการกินไปอีกมากโขเชียว

19:30 แล้วก็ง่วงนอนอีกจนได้....อะไรกันนี้วันนี้ทำไมมันดูเพลียๆนอนได้ทั้งวัน เนี่ย....ไม่ไหวล่ะ....นอนดีกว่า...ZZZzzzz

18 มิย 53

posted on 19 Jun 2010 19:52 by colormoon
18 มิย 53
13.30 ยังอยู่บนรถเมล์อยู่เลย ร้อนมากมายอะไรกันเนี่ยะ... นี่มันหน้าอะไรกันเนี่ย หลายคนอาจจะมองว่าคนกางร่มกันแดดดูกระแดะ ยิ่งเป็นผู้ชายยิ่งดูตุ๊ดว่ะ แต่ ณ สภาพอากาศแบบนี้ตุ๊ดก็ตุ๊ดสิวะ ก็กรูร้อนของกรูนี่...ที่สำคัญผิวเรา เหงื่อเราไม่สนแล้ว ขึ้นรถเมล์ก็ ปอ นะแต่ร้อนมากแอร์รวยรินสุดๆ ทำไมนะมันไม่เปิดให้ฉ่ำว่ะ รู้เปล่าว่ามันสู้แดดไม่ได้นะ....ยิ่งเป็นคนเหงื่อออกง่ายและเยอะอีก แต่จะพกเสื้อ 2 ตัวก็ลำบากเพราะเปลี่ยนเป็นกระเป๋าเล็กล่ะ...

13:50 กำลังจะได้ขึ้น BTS แล้ว...สบายหน่อยล่ะ แต่ไม่รู้ว่าถึงอโศกแล้วต่อมอเตอร์ไซค์ดีหรือกางร่มแล้วค่อยๆเดินเข้าไปดี แต่ไม่รีบมากกางร่มดีกว่า เพราะไม่ไหวอ่ะกลัวอ่ะบนมอไซค์ดูมันขับราวกับจะเหาะ แล้วไม่ได้แบบตัวเล็กๆนะเราเนี่ยะ ยังขับซิ่งอีก แต่ก็แหม...บอกว่าไม่รีบ ทั้งที่เข้างาน 10 โมง ตอนนี้บ่าย 2 ยังไม่ถึงออฟฟิศเลย...คนไม่รีบ 555555
เฮ้อ....บน BTS เย็นสบายดีจังแต่ก็ยังไม่ฉ่ำอ่ะ....อยากได้เย็นฉ่ำๆ แบบตอนฝนตกจังเลย... บน BTS นี้มีหนุ่มๆหน้าตาดีหลายคนอยู่ อย่างตอนนี้มีหนุ่มนักศึกษาหน้าตี๋นั่งอยู่...น่าร้ากกกกก แต่ไม่กล้าอยู่ใกล้ๆมันดูจงใจไป....ต้องแอบเลี่ยงเดินมาคนละโบกี้เลยอ่ะ ....น่าเสียดาย อยากเดินกลับไปแอบถ่ายรูปจัง 55555 เป็นกิจกรรมโปรดบน BTS เลยอ่ะ 55555 เหมือนเป็นโรคจิตเลย แต่เปล่านะ มันเหมือนการท่องเที่ยว Egotourism ไง ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า เก็บไปเพียงรูปถ่ายนะ 55555

14:11 BTS ผ่าน CTW เห็นทีไรอดใจหายไม่ได้เสียที อยากกลับไปเดินเร็วๆจัง กรี๊ด....ที่แท้พ่อหนุ่มหน้าตี๋ก็เป็นสาวหล่อนี่เอง พอเห็นเต็มตาไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่แล้ว
BTS สายสุขุมวิทฉ่ำดีจัง ชอบๆ จะถึงอออฟฟิศล่ะ งานกองโตยังรอสะสางอีกเพียบ รับปากเขาไว้แล้วก็ผิดคำพูดตลอดแย่ว่ะ ต้องปรับปรุงตัวเองแล้วนะ ไม่ไหวล่ะ เดี๋ยวความน่าเชื่อถือที่มีอยู่น้อยจะหมดไป ถึงอโศกแล้วไปทำงานดีกว่า

23.30 ตอนนี้อยู่บนเท็กซี่กำลังกลับบ้าน...ตอนแรกนึกว่าวันนี้หวานหมู ทำงานตอนบ่าย3 แล้วเลิกงานตอน 1 ทุ่ม 4 ชั่วโมงชิวๆ แต่ที่ไหนได้ดันเสร็จงานซะ 5 ทุ่มเลย ช่วงนี้เรานั่งเท็กซี่เยอะเกินไปแล้ว...เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์มากไปแล้ว วันนี้เลยว่าจะลองกลับด้วยเท็กซี่ที่วิ่งตลอดคืนเหมือนเมื่อก่อนซะ หน่อย...แต่ฝนก็ดันตกอีก เลยต้องกลับเท็กซี่อีกแล้วแย่จัง เดี๋ยวคืนนี้กลับถึงห้องจะนอนให้หนำใจเลย เพื่อปรับ Bio clock ของเราให้กลับมานอนเร็วตื่นเช้าให้ได้.....สู้เว้ย.....

น้องแมว

posted on 17 Jun 2010 17:14 by colormoon

น้องแมวนอนเพลิน.....



edit @ 17 Jun 2010 22:18:20 by color moon

edit @ 17 Jun 2010 22:18:49 by color moon

ทำไมว่ะ...ฉันเป็นคนดีที่คอยให้กำลังใจนายเสมอ  ตั้งแต่ตอนนายยังมีแฟน...ยันตอนนายเลิกกับแฟน... ฉันก็เป็นคนที่คอยปลอบโยน  คอยอยู่เคียงข้างนายเสมอ....  แม้แต่วันที่กลุ่มใหญ่ของฉันเขานัดกันไปเที่ยว  ซึ่งเป็นแมทช์ที่รอคอยมานาน...  แค่เพียงนายพูดว่าเซ็ง  อยากไปกินเหล้า....ฉันก็ยอมสละช่วงเวลาที่ฉันรอคอย  เพื่อไปกินเหล้าเป็นเพื่อนนาย...

และเธอ...ก็เป็นน้องที่ฉันคอยห่วงใยอยู่เสมอ....คอยให้คำปรึกษาที่ดีอยู่เสมอมา  เวลาเธอมีปัญหาทะเลาะกับแฟนฉันก็อดหลับอดนอน  คอยอยู่กับเธอทั้งคืน  และในวันนั้นเธอก็เศร้าๆเซ็งๆ ฉันเลยชวนเธอไปเที่ยวกันกับฉันและเขา...

ก่อนพวกเธอจะเจอกัน  ฉันก็บอกนายว่า...อย่ามายุ่งน้องเรานะ  และบอกเธอว่า สำหรับคนนี้พี่จริงจัง...พี่ขอนะ อย่ายุ่งกับเขาได้ไหม....อยู่ต่อหน้าพวกเธอก็ไม่อะไรกัน....แล้วฉันก็มารู้ทีหลังว่าวันนั้นเธอก็แอบแลกเบอร์โทรกัน...

แล้วเธอ...น้องของฉันก็โทรมาปรึกษาฉันว่า...นายอยากจีบเธอ  แล้วก็บอกว่าเธอก็สนใจนายอยู่  นายนิสัยเป็นยังไง คบด้วยดีไหม.....ฉันก็ได้แค่ตอบว่า  นายนิสัยดี...ก็ลองดูสิ
ขอถาม........จิตใจพวกนายทำด้วยอะไรกัน ทำไมทำร้ายฉันได้ขนาดนี้....นายนะไม่ค่อยเท่าไหร่  เพราะนายไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน  ถึงแม้นายจะรู้อยู่เต็มอกว่าฉันชอบนายก็ตาม ทำไมไม่ไปชอบคนที่ไกลตัวฉันหน่อยล่ะ  อย่างน้อยๆ ฉันก็จะได้ไม่เจ็บปวดแบบนี้  ส่วนเธอ...เธอจะเอายังไงกับฉันเหรอ....ไม่ว่าจะคนไหนๆ  เธอก็จับกินไปหมด ที่ผ่านมาไม่เป็นไร  เพราะคนเหล่านั้นฉันไม่ได้รู้สึกจริงจังอะไรด้วย...แต่กับคนนี้ทำไมล่ะ...ทั้งที่ฉันขอเธอไว้แล้ว....ทำไมเธอยังทำกับพี่คนนี้แบบนี้ล่ะ....ทั้งที่ตอนนี้เธอก็มีคนอีกมากมาย ที่เธอแอบไปมีอะไรด้วย ทั้งๆที่มีแฟนอยู่แล้ว...เรื่องนั้นฉันไม่เคยสนใจ  แต่ทำไมกับคนนี้  เธอถึงทำกับฉันได้....

ใช่สิ...ความดี  มันไม่เคยชนะใจใครได้....เท่าความแรดอยู่แล้วนี่...

ทำไมอยู่ดีๆความเหงามันก็เข้าครอบงำจิตใจอีกแล้วล่ะ....

เพราะว่าได้เห็นความรักที่น่าอิจฉาของน้องๆเราเหรอ....ก็คงใช่...เพราะความรักระหว่างพวกเขา  ไม่ว่าจะเป็นความห่วงใย  ความใส่ใจ  หรือแม้กระทั่งความกึงหวงเล็กๆน้อยๆระหว่างกัน  มันคือความรู้สึกที่ฉันโหยหามานาน  แต่ไม่ได้เคยพานพบเลยแม้แต่ครั้งเดียว  ทำไมเหรอ....ฉันมันผิดตรงไหนเหรอ  ทำไมฉันถึงไม่เคยมีความรักกับเขาเสียที

ฉันว่าตัวฉันเองก็เป็นคนดีคนหนึ่ง  อาจไม่ใช่คนดีที่สุด  แต่ฉันก็ไม่ได้น่ารังเกียจอะไร  แล้วทำไมถึงไม่มีใครคิดจะมองมาที่ฉันบ้าง  หรือว่าต้องเป็นคนเลวถึงจะมีความรักได้  ฉันก็พร้อมที่จะเลวได้เสมอ  ขอแค่ได้สัมผัสกับคำว่ารักแม้สักน้อย  ความรักมันอยู่ที่ไหนเหรอ.....ทำไมไม่เคยตอบเสียงเรียกของฉันเสียที

หรือชะตาลิขิตให้ฉันต้องเหงาอยู่อย่างนี้ตลอดไป

edit @ 10 Aug 2009 20:04:12 by color moon

ฉันเคยคิดว่าหัวใจฉันมันคงด้านชากับเรื่องความรักไปแล้ว  แล้วทำไมนะหน้านายถึงได้มาวนเวียนอยู่ในสมองฉันได้ตลอดเวลาห๊ะ...นายเด็ก หน้าใหม่


หน้าตานายนะมันไม่ได้หล่อเหลาอะไรเลย  แต่มันทำไมมันถึงได้โดนใจฉันไปซะทุกมุมขนาดนี้ด้วยว่ะ   ตัวก็เล็กๆยังกับเด็กเพิ่งโต  แต่ฉันก็ดันเก็บเอานายไปฝันว่าเราได้นอนกอดกันทุกคืน  ทำเอาฉันหลับฝันดี  แม้ตื่นขึ้นตอนเช้าฉันยังรับรู้ถึงความรู้สึกที่อบอุ่นนั้นได้ดี  พูดไปก็อายปากจังเลย....ก็ฉันมันฝันไปข้างเดียวนี่น่า


ฉันไม่กล้าแม้จะคิดว่าฝันของจะเป็นจริงได้ในสักวันหนึ่ง  ใช่....ฉันไม่กล้าคิดจริงๆ  เพราะฉันกลัวว่าเมื่อความจริงมันปรากฎว่า....นายไม่ได้เดืนเคียงข้างฉัน  มันจะทำให้ฉันเจ็บปวดเจียนตาย  เหมือนในอดีตที่ผ่านมา  น้ำตาสำหรับฉันตอนนี้มันไม่มีในตามาตั้งนานแล้ว  ถ้าถึงวันนั้นที่ฉันต้องหลั่งน้ำตา  มันคงเป็นหยดเลือดที่มันหลั่งมาจากหัวใจเสียมากกว่า....


วันนี้ตอนที่นายเอามือมาสะกิดที่หลังฉัน  พอฉันหันไปแล้วรู้ว่าเป็นนาย  ฉันดีใจจนฉันรู้สึกว่าหน้าตามันเริ่มตึงๆเพราะเลือดมันมาฉีดแน่นที่ใบหน้า  เมื่อฉันหันไปเห็นแผ่นหลังของนาย  ฉันอยากสวมกอดและโอบนายไว้ให้แน่นที่สุดที่ฉันทำได้ แต่ก็ได้เพียงแค่คิด  เพราะฉันทำแบบนั้นไม่ได้ฉันรู้ดี  ฉันก็ทำได้แค่หาเรื่องคุยกับนายไปเรื่อยๆเพื่อที่ฉันจะได้ใช้เวลาร่วมกันกับนายให้ได้นานที่สุด  ซึ่งนายเองก็ฟังฉันด้วยความตั้งใจ  รู้ไหมแววตานายตอนที่มองฉันอย่างตั้งใจ  มันทำให้หัวใจฉันพองโตตลอดเวลา  สีหน้าของนายมันทำให้ฉันเกือบเผลอยื่นหน้าไปประทับริมฝีปากนายจริงๆ  แต่เอาเถอะ...ถึงได้แค่ฝัน ฉันก็หวังว่าจะเป็นฝันดี  อย่างน้อยๆวันนี้ฉันก็ได้ทำตัวเป็นประโยชน์ให้กับนายได้  ฉันดีใจจริงๆ....

 


edit @ 7 Aug 2009 20:25:35 by color moon

"ยึดติด"  ไม่น่าเชื่อเลยว่าคำๆนี้กำลังจะเล่นงานเราอยู่  ทั้งๆที่เรามักจะหัวเราะใส่คนยึดติดเป็นประจำอยู่เสมอ  และเราจะระมัดระวังตัวไม่ให้เรายึดติดอยู่กับสิ่งใด เพราะเรารู้ว่าหากเรา "ยึดติด" แล้วสักวันความเจ็บปวดมันจะวิ่งเข้ามาหาเราแน่นอน  เหมือนหนังสือของท่าน "พุทธทาสภิกขุ" เคยเขียนไว้ "ตัวกู ของกู" เราเกิดมาจากความว่างเปล่า  เราก็ต้องจากไปอย่างว่างเปล่า  ไม่มีอะไรเป็นของตัวเรา  แม้กระทั่งร่างกายก็ตาม  เมื่อตายไปก็ต้องคืนให้กับธรรมชาติไป  ประสาอะไรกับมนุษย์ล่ะ  เราจะไปคิดว่าเขาเป็นของๆเรา มันจะเป็นไปได้เหรอ  รู้ทั้งรู้นะเรื่องนี้  แต่ทำไมเผลอใจตัวเองไปได้ว่ะเนี่ย

วันหนึ่งในวันที่เรายังมีประโยชน์ต่อเขา  เราก็เป็นคนที่มีตัวตนไปซะทุกที่  ทุกเรื่อง  ถึงจะไม่ทุกเวลา  แต่เขาก็วนเวียนอยู่รอบๆตัวเราไม่ห่าง  เวลามีปัญหาอะไรก็หมั่นมาปรึกษาตลอด  จนทำให้คนรอบข้าง  เวลาอยากให้เขาปรับปรุงอะไร  ยังต้องมาปรึกษากับเราเพื่อให้เราไปบอกเขา สอนเขาอีกที  ใช่....เมื่อไม่นานนี้มันยังคงเป็นอย่างนั้นมาตลอด  มันเลยทำให้เราหลงกับคำว่า "ยึดติด"  ไปโดยไม่รู้ตัว  คิดอยู่เสมอว่า เขานะเป็นเด็กของเรา  เอาล่ะสิ  เริ่มมีคำว่า "ของเรา" เข้ามาแล้ว  ความน่ากลัวที่ตอนนั้นเรายังไม่ได้นึกถึงมัน  แล้วหลังจากเหตุการณ์กดดัน และวิกฤตของเขาหมดไป  ประโยชน์เราก็หมดไปพร้อมๆกัน  จากวันก่อนที่เคยปรึกษาเราทุกอย่าง  วันนี้ไม่มีคำนั้นอีกแล้ว เพราะเขามีคนรอบตัวที่คอยให้คำปรึกษาอยู่เต็มไปหมด  หรือจะเรียกให้ถูกควรจะบอกว่า  เพราะเราเป็นบันไดที่มีความสูงได้แค่นี้  หลังจากปีนมาสุดทางแล้ว  เขาก็มีบันได้ให้พร้อมจะปีนสู่จุดที่สูงกว่านี้อีกเต็มไปหมดเลย  จากวันก่อนที่เวียนวนของข้างเรา  ก็เริ่มไปเวียนวนกับคนอื่นๆ  คนที่เขาหมั่นใจว่าจะมีประโยชน์ต่อเขาต่อไป  ทุกวันนี้ก็มีแค่มาทักทายนิดหน่อยตามมารยาท  เพื่อไม่ให้สังคมภายนอกรู้สึกว่า  เขาเป็นคนเลวที่ใช้เฝ้าจะใช้ประโยชน์จากเรา  พอหมดประโยชน์แล้วก็จากไป  เรารู้ว่ามันเหลือแค่ความสัมพันธ์ระหว่างเราแค่นี้แหละ  แค่มารยาทสังคม  ทุกวันนี้นะเหรอแค่ชีวิตประจำวันเล็กน้อย  ยังไม่เคยมาเล่าให้ฟังเสียด้วยซ้ำ  และแล้วคำว่า "ยึดติด"  ก็มาเล่นงานเราเอาเต็มเปาเลย  นี่แหละนะ จะไปเรียกว่าเขาเป็นของเราได้ยังไง  ในเมื่อทุกวันนี้คนอื่นๆกลับจะรู้จักเขามากกว่าเราด้วยซ้ำไป  อยู่รอบข้างเขามากกว่าเราด้วยซ้ำไป

เข็ดแล้วกับคำว่า "ยึดติด"  เข็ดแล้วจริงๆ กับคำว่า "ของเรา"  เข็ดแล้วจริงๆ  กับความจริงใจ  การทุ่มเทใจกายทุกอย่าง  เพื่อใครสักคนที่เรายังไม่รู้จักเขาดีพอ  เพราะถ้าเขาคือคนที่มีดีแค่เปลือก  คนที่มีแต่จะไขว่คว้าหาประโยชน์   แล้วเราจะทุ่มเทไปเพื่ออะไรในเมื่อความ "จริงใจ" มันไม่เคยมี